พระราชประวัติ

 

 

ทรงหมั้น...

 

วันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ นับเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่ง  เพราะเป็นวันที่ “ทรงหมั้น” ระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กับ หม่อมราชวงศ์หญิง สิริกิต กิติยากร

พระราชพิธี “หมั้น”  ได้ประกอบขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ตำบลแอชเบอร์น กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงอำลาประชาชนและประเทศชาติของพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ เพื่อทรงศึกษาวิชาการต่าง ๆ กาลเวลาได้หมุนไปตามจักรราศีวงโคจรของโลกนับได้  ปีเศษ ข่าวใหญ่ก็แพร่สะพัดมายังประเทศว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “ทรงหมั้น” เสียแล้ว

ปรากฏว่าข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ขึ้นในรอบปี วิทยุโทรเลขจากลอนดอน เมื่อวันที่  กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ว่า การประกาศข่าวสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงหมั้น ม.ร.ว.หญิง สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาแห่งเอกอัครราชทูตไทยประจำลอนดอน ได้ทำให้สถานเอกอัครราชทูตไทยเป็นที่ซึ่งมีผู้ไปกันคับคั่งตลอดวันงานแต่บ่ายไปจนถึงค่ำส่วนโทรศัพท์ก็ดังอยู่ไม่ขาดระยะ บรรดา น.ส.พ.อังกฤษ ได้พากันลงข่าวทรงหมั้นของพระเจ้าอยู่หัวในที่เด่น บางฉบับได้ลงตีพิมพ์รูป ม.ร.ว.หญิง สิริกิติ์ ในพระอิริยาบถต่าง ๆ

  หนังสือพิมพ์ Star ได้สัมภาษณ์ ม.ร.ว.หญิง สิริกิติ์ โดยโทรศัพท์ทางไกล     หนังสือพิมพ์ Sunday Times ฉบับวันที่ ๑๘ กันยายน ได้เสนอรายละเอียดต่าง ๆ ว่า“ ฉันยังเด็กมาก  และไม่เคยมีความรักมาก่อน ”  ม.ร.ว. หญิง สิริกิต์ กล่าว “มันทำให้ฉันตื่นเต้นเหมือนกัน”

 

พระราชสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดพระราชพิธี “หมั้น” นี้ ได้ก่อตัวขึ้น  ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่บนภาคพื้นเดียวกัน มีทางหลวงเชื่อมกันไปมาได้โดยสะดวก ตามปรกติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงโปรดเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังกรุงปารีสเพื่อทอดพระเนตรและทรงสดับการแสดงของวงดนตรีที่มีชื่อเสียงเป็นประจำเพราะพระองค์ทรงโปรดดนตรียิ่งนัก และการขับขี่รถยนต์ก็เป็นสิ่งที่โปรดเช่นเดียวกัน

ระยะทางจากนครโลซานน์ ถึงกรุงปารีสอยู่ห่างกันถึง 350 ไมล์เศษ หากเดินทางด้วยรถยนต์ ในอัตราความเร็วปกติอาจต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสี่หรือห้าชั่วโมงแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงรถยนต์โลซานน์ถึงปารีสทรงใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเศษเท่านั้น ทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงปารีส พระองค์จะทรงประทับพำนักอยู่  สถานเอกอัครราชทูตไทย จนกว่าจะเสด็จกลับไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 ที่นั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงสำราญ พระราชหฤทัยอยู่ในหมู่นักเรียนอย่างใกล้ชิดสนิทสนม ทรงปราศจากถือพระองค์และในหมู่นักเรียนนั้นก็มี ม.ร.ว.หญิง สิริกิต์ ผู้มีพระวรกายทรงเสน่ห์ยิ่งรวมอยู่ด้วย นับตั้งแต่วันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสบพระเนตรกับ ม.ร.ว. หญิง สิริกิต์ ทำให้พระองค์ทรงปฏิพัทอย่างแนบแน่นและทวีขึ้นโดยลำดับ ข้างฝ่าย ม.ร.ว.หญิง สิริกิต ก็เช่นเดียวกัน

นั่นหมายความว่า พระราชสัมพันธ์ระหว่างในหลวง และ ม.ร.ว.หญิง สิริกิต กิติยากร ได้กระชับเกลียวสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยลำดับ จนกระทั่งกลายเป็นความรักแท้และอมตะ

นี่คือที่มาแห่งราชพิธี “หมั้น” ระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ของชาวไทย

ขณะนั้น กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาท(หม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร ฐานันดรศักดิ์ขณะนั้น) พระราชบิดาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศส และทรงพำนักอยู่  สถานเอกอัครราชทูตในกรุงปารีส พร้อมด้วยครอบครัวอันมีหม่อมบัว กิติยากร ชายา หม่อมราชวงศ์หญิง สิริกิต กิติยากร พระธิดาองค์ใหญ่ และหม่อมราชวงศ์หญิงบุษบา กิติยากร พระธิดาองค์เล็ก ซึ่งพระธิดาทั้งสองได้มาศึกษาวิชาการอยู่ ณ ประเทศนั้น

ตามปกติทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปประทับพักแรมอยู่  สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสนั้น ท่านเอกอัครราชทูตพร้อมด้วยครอบครัวได้เข้าเฝ้าถวายปฏิบัติให้ทรงพระเกษมสำราญด้วยความรักภักดีตลอดมาและเนื่องจากทรงเป็นพระญาติพระวงศ์ อันสืบสายราชนิกูลด้วยกันความใกล้ชิดสนิทสนมจึงมีมากเป็นพิเศษ

จุดเริ่มแรกที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในหม่อนราชวงศ์หญิง สิริกิติ์ กิติยากร เป็นอย่างมากในขณะนั้น เนื่องจาก ม.ร.ว.หญิง สิริกิติ์ เป็นผู้สนใจเข้าใจในศิลปศาสตร์การดนตรีอย่างซาบซึ้งดุจเดียวกับพระองค์และยังรอบรู้ประวัติมาที่มาของบรรดาเพลงเอก ตลอดจนชีวประวัติ ของนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงของโลกอย่างเดียวกันประกอบกับ ม.ร.ว.หญิง สิริกิติ์ มีพระสิริโฉมอันทรงเสน่ห์แบบกุลสตรีไทย จึงทำให้พระราชสัมพันธ์เขม็งเกลียวขึ้นทีละน้อยจนกลายเป็นพระปฏิพัทอย่างแนบแน่นและอมตะ

ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ  สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส  นักเรียนไทยซึ่งมาพำนักอยู่   ที่นั้นจะร่วมชุมนุมถวายความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงเป็นประจำ ตอนกลางคืนจะมีการสโมสรเล่นเกมต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน เป็นการถวายความเพลิดเพลิน สำราญพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมากเพื่อให้สบพระราชอัธยาศัย นักเรียนไทยที่สนใจในการดนตรีได้จัดหาเครื่องเล่นมาร่วมวงบรรเลงเพลงเป็นที่ครึกครื้น ซึ่งมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงร่วมวงด้วยและไม่ทรงลืมพระราชดำรัสชวนหม่อมราชวงศ์หญิง สิริกิต กิติยากร เข้าร่วมวงในฐานะที่เป็นนักเปียนโนฝีมือเยี่ยม

แม้ทั้ง  พระองค์จะทรงมีรสนิยมในทางดนตรีเหมือนกันแต่ปรากฏความจริงที่พิสดารอยู่มาก กล่าวคือ

หม่อมราชวงศ์หญิง สิริกิต กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ)  นิยมเพลงแบบบีบ๊อบอย่างแรง แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ไม่ทรงโปรดเพลงบีบ๊อบนั้น เรื่องนี้เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักเรียนไทยที่เคยเฝ้าใกล้ชิด    จนหนังสือพิมพ์ในกรุงปารีสฉบับหนึ่งได้นำไปเปิดเผยว่า

“ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงโต้แย้งกับหม่อมราชวงศ์หญิง สิริกิติ์ กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ) ด้วยเรื่องเกี่ยวกับดนตรีการเช่นเคยและทรงไม่สามารถหาเหตุผลใดๆ มาอ้างให้พอพระราชหฤทัยได้ ทรงพระราชดำเนินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องนั้นครู่หนึ่ง พระพักตร์เคร่งจนหม่อมราชวงศ์หญิง สิริกิติ์ กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ) กลั้นแย้มพระสรวลไว้ไม่ได้ในที่สุดสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า "ไปฟังเพลงดีกว่า วันนี้ยอมแพ้" และตรัสชวนให้ทุกคนในที่นั้น ติดตามไปยังสถานมหรสพแห่งหนึ่ง ซึ่งมีวงดนตรีที่พระองค์ทรงโปรดกำลังแสดงอยู่ทุกคนเลยต้องกลั้นยิ้มในความทางยอมแพ้อย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวไปตาม ๆ กัน”

ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กับ หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ) กำลังทรงมีพระราชสัมพันธ์ต่อกันเพิ่มทวีขึ้นโดยลำดับนั้นเอง เหตุการณ์ร้ายก็สอดแทรกเข้ามาอย่างกระทันหัน

กล่าวคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประสบอุปัทวเหตุ    ขณะเสด็จสู่กรุงปารีสตามปกติโดยทางขับรถยนต์พระที่นั่งออกจากนครโลซานน์      เมื่อตอนค่ำวันที่  ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๑ และรถยนต์พระที่นั่งได้ชนกับรถบรรทุกคันหนึ่ง ใกล้ทะเลสาปเจนีวา เมืองมอนเนย์ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หลังจากที่ทรงประสบอุปัทวเหตุโดยรถยนต์แล้วก็ได้มีพระราชโทรเลขเรียก ม.ร.ว.หญิงสิริกิติ์ กิติยากร ให้ไปยังสวิตเซอร์แลนด์ทันที หม่อมบัวได้นำธิดาทั้ง 2 ไปเฝ้ายังนครโลซานน์และพักอยู่ที่นั่น – วัน แล้วก็ได้ถวายบังคมลากลับ แต่ ม.ร.ว.หญิงสิริกิติ์  กิติยากร ยังคงอยู่ที่นครโลซานน์เพื่อเฝ้าพระอาการและถวายการปรนนิบัติอยู่อย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหลายเดือนจนพระอาการหายเป็นปกติ จึงกลับไปพำนักอยู่กับพระบิดา  ซึ่งขณะนั้นเสด็จย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ประจำสำนักเซนต์เยมส์  กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๙๒

ในขณะนี้มีข่าวลือแพร่สะพัดมาถึงประเทศไทยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ฯ กับหม่อมราชวงศ์หญิง สิริกิติ์ กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต กิติยากร พระบรมราชินีนาถ) ทรงมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นจนไม่อาจแยกจากกันได้ในพระชนม์ชีพนี้”

ครั้นแล้วพระราชพิธี “ทรงหมั้น” ได้เริ่มขึ้นอย่างเงียบ ๆ ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม   พุทธศักราช ๒๔๙๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้ราชเลขานุการประจำ พระองค์โทรเลขเชิญเสด็จ กรมหมื่นจันทบุรี (หม่อมเจ้านักขัตมงคล ฐานันดรศักดิ์ขณะนั้น) ไปเฝ้าฯ นครโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และกำหนดนัดให้ประทับพำนักอยู่ที่โฮเต็ลชั้นสูงแห่งหนึ่งในเมืองนั้นเพื่อมิให้เป็นข่าวเอิกเกริก ม.จ.นักขัตฯ มีเวลาพักอยู่ในสวิสสิ์ วัน คือ ๑๗ – ๑๙ กรกฎาคม  ในวันที่ ๑๘   กรกฎาคม ในหลวงได้เสด็จไปพบ ม.จ.นักขัตมงคล ที่โฮเต็ลที่ ม.จ.นักขัต ทรงพักอยู่แล้วได้รับสั่งการหมั้นกับ ม.จ.นักขัตตัวต่อตัว เมื่อเสร็จแล้วพระราชชนนีจึงเสด็จเข้าไป ตอนหนึ่งพระราชชนนีรับสั่งว่า “ขอให้ทำกันเฉพาะในครอบครัวเท่านั้น เพราะเมื่อคราวฉันเองก็ทำอย่างนี้ จะมีอะไรขัดข้องไหม ? ” ม.จ.นักขัตทูลว่า“ตามแต่จะมีพระราชประสงค์”

รุ่งขึ้นวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ในหลวงทรงนำพระธำมรงค์ “แหวนเพชร” ซึ่งทำหนามเตยเป็นรูปหัวใจไปมอบให้ ม.จ.นักขัต ขณะทรงมอบในหลวงทรงรับสั่งว่า “เป็นแหวนที่มีค่ายิ่งและเป็นที่ระลึกด้วย”

พระธำมรงค์วงนี้ เป็นธำมรงค์ที่พระราชบิดาเคยประทานให้แด่พระราชชนนีนี้ในอดีต ในการที่ทรงมีปฏิพัทธ์ชีวิตร่วมกัน

ในเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษอย่างเงียบๆ เพื่อทรงร่วมงานวันเกิดของหม่อมราชหญิงสิริกิต กิติยากร (สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ) ซึ่งเวียนมาจบครบรอบปีที่ ๑๗ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคมนั้น

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ ทรงปกปิดมิให้ทางการอังกฤษล่วงรู้ เนื่องด้วยเป็นการเสด็จฯ ไปรเวตและทรงประทับพำนักอยู่ สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ทางรัฐบาลอังกฤษไม่ทราบเรื่องจึงมิได้จัดพิธีต้อนรับเป็นทางการแต่อย่างใด

พิธีการวันเกิดของหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ กิติยากร (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์   พระบรมราชินีนาถ)ในคืนวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ได้จัดขึ้น  สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ผู้ไปร่วมชุมนุมอวยพรในงานประมาณ ๑๐๐ คนเศษ ส่วนมากเป็นช้าราชการสถานทูตและนักเรียนไทยในอังกฤษ ฝรั่งเศส พระราชวงศ์ที่ไปร่วมด้วย มีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์และสมเด็จพระนางเจ้าสุวัฒนา(พระวรราชเทวีในล้นเกล้าล้นกระหม่อม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎล้นเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่    พระราชชนนีของสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงเพชรรัตน์ ราชสุดาสิริโสภาพรรณวดี ขณะที่ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่ที่ตำหนักเมืองไบรตัน.. เมืองชายทะเล ประเทศอังกฤษ)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงฉลองพระองค์ชุดสีเทา  เนคไทสีน้ำเงินเข้ม ทรงมีพระราชดำรัสสนทนากับทุกคนอย่างสนิทสนมเป็นกันเอง หลังจากร่วมเสวยพระกระยาหารไทยเสร็จ พระองค์ทรงชวนบรรดานักเรียนไทยไปร่วมดนตรีเป็นที่สนุกสนานครื้นเครง คืนนั้นพระองค์ทรงเล่นเปียนโนและแซ็กโซโฟนให้ทุกคนฟังหลายเพลง

ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงอวยพระแด่หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ) ท่ามกลางผู้ใกล้ชิดท่านเอกอัครราชทูตไทยได้นำพระธำมรงค์ “แหวนหมั้น” ที่ได้รับจากสมเด็จพระราชชนนี ฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เพื่อทรงมอบแด่คู่ครองรักร่วมพระชนม์โดยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ขณะที่ทรงมอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสว่า “เป็นของที่มีค่าอย่างยิ่งและเป็นของที่ระลึกด้วย” กระแสพระราชดำรัสประโยคนี้แม้จะสั้นแต่มีความหมายลึกซึ้งประทับใจยิ่งนัก ถูกแล้ว แหวนเพชรงามน้ำเอกวงนั้นเป็นของมีค่าทั้งในด้านวัตถุและทางจิตใจ เพชรน้ำใสบริสุทธิ์เกาะไว้ด้วยหนามเตยเป็นรูปหัวใจ เปรียบได้คล้ายหัวใจอันบริสุทธิ์ใสสะอาดปราศจากมลทิน

 

พระธำมรงค์วงนี้ มีประวัติเบื้องหลังอย่างงดงามยิ่ง

ในอดีต สมเด็จพระชนกทรงประทานพระธำมรงค์วงนี้แด่สมเด็จพระราชชนนี เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการทรงครองรักร่วมพระชนม์ ด้วยพระราชหฤทัยอันบริสุทธิ์ดุจน้ำเพชรเรือนหัวใจนั้นและสมเด็จพระชนกชนนีก็ทรงมีพระชนม์ครองรักร่วมตลอดมาจวบจนวาระสุดท้ายแล้ว สมเด็จพระชนกเสด็จทิวงคตเสียก่อนที่พระองค์จะได้ทรงโสมนัสกับความรุ่งโรจน์ของพระราชโอรสของพระองค์

พระธำมรงค์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมอบแด่หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิต กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชินีนาถ) เป็นของมีค่ายิ่งล้นจนประมาณมิได้ด้วยประการฉะนี้

พิธีมงคลเนื่องในงานวันเกิดล่วงพ้นไปเพียงวันเดียว หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ในมหานครลอนดอนพากันพาดหัวข่าวว่า “กษัตริย์ไทยทรงหมั้นธิดาเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม” สำนักแถลงข่าวทางวิทยุ บี.บี.ซี.ของอังกฤษส่งข่าว “ทรงหมั้น” ได้ออกอากาศกระจายเสียงไปทั่วโลก ในข่าวภาคพิเศษ ใช้เวลาแถลงข่าวละเอียดนาน ๑๕ นาที

 สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอนหลังข่าว “ทรงหมั้น” ได้กระจายออกไปแล้ว เมื่อตอนค่ำของวันที่ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๖ วันรุ่งขึ้น มีผู้ไปแสดงความชื่นชมยินดีต่อหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิต กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชินีนาถ)และครอบครัวอย่างคับคั่ง ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตอนบ่าย มิสเตอร์เออร์เนสเบวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ได้ไปแสดงความยินดีด้วยตนเอง  ตลอดวันมีกริ่งโทรศัพท์รัวเรียกไม่ขาดระยะปรากฏว่ามีผู้โทรศัพท์แสดงความยินดีมาจากภาคต่าง ๆ ของประเทศอังกฤษทั้งคนรู้จักและไม่รู้จัก ในระยะสองสามวันนั้น หนังสือพิมพ์ในต่างประเทศโดยเฉพาะ ในกรุงลอนดอน ได้ลงข่าว “ทรงหมั้น” พาดหัวในหน้าแรกและมีภาพหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิต กิติยากร(สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชินีนาถ) ในอิริยาบถต่าง ๆ สุดแต่ฉบับใดจะได้ภาพใหม่ที่สุดมาลงเป็นข่าวติดต่อเนื่องอยู่หลายวัน

ข่าวนี้ทำให้ประเทศไทยตื่นเต้นปิติไปทั่วเมือง แต่คณะรัฐบาลไทยแถลงให้ประชาชนทราบว่า “ข่าวทรงหมั้นยังไม่มีมูลความจริง เพราะได้สอบถามไปยังสำนักราชเลขา ฯ ในพระองค์แล้ว ตอบมาว่ายังมิได้ทรงหมั้น” เป็นอันว่าประชาชนชาวไทยตื่นเต้นยินดีเก้อไปครั้งหนึ่ง เนื่องจากกระแสข่าวสับสนที่สุด ต่อมาราชเลขานุการในพระองค์ประจำ นครโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รายงานมายังประเทศไทยว่า“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเตรียมประกอบพระราชพิธี “ทรงหมั้น” หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิต กิติยากร ธิดาองค์ใหญ่ของหม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร(ฐานันดรศักดิ์กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาท ในขณะนั้น) เอกอัครราชทูตไทยประจำสำนักเซนต์เยมส์ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ เป็นพระราชพิธี “ทรงหมั้น” เป็นทางการ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธี  พระตำหนัก “วิลลาวัฒนา” นครโลซานน์ประเทศสวิตเซอร์แลนด์”

อย่างไรก็ตาม  หลังจากมีข่าวสับสนไม่แน่นอนอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทางสำนักราชเลขานุการในพระองค์ประจำประเทศไทยก็ได้รับรายงานจากราชเลขานุการประจำพระองค์ในนครโลซานน์ โดยทางโทรเลขลงวันที่  กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๒ มีความว่า“พระราชพิธีประกอบการหมั้นเป็นทางการระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ฯ กับหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิต กิติยากร ได้ทรงกำหนดแน่นอนแล้วในวันที่ ๑๒ สิงหาคม สถานทูตเอกอัครราชทูตไทย ตำบลแอชเบอร์น กรุงลอนดอน    ประเทศอังกฤษ จึงแจ้งให้รัฐบาลทราและประกาศแก่ประชาชนด้วย”

ในการประชุมสามัญครั้งที่ ๒๐ ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งราชอาณาจักรไทย     เมื่อวันที่  กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๒ ประธานสภาได้แจ้งเรื่อง “ทรงหมั้น” ให้ที่ประชุมทรงทราบ สมาชิกสภาฯ ได้ยืนขึ้นปรบมือแสดงความปิติยินดีเป็นเวลานานหลายนาที  จากนั้นรัฐบาลได้ประกาศให้ประชาชนทราบทั่วราชอาณาจักร โดยแถลงทางวิทยุกระจายเสียง ประชาชนได้ทราบแล้ว พากันปลื้มปิติอย่างเหลือล้นพ้นประมาณ ทั่วโลกพากันสนใจต่อข่าว “ทรงหมั้น” เป็นอันมาก หนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียงของอังกฤษหลายฉบับอาทิ เช่น น.ส.พ. “สตาร์” ได้ขอสัมภาษณ์หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิต กิติยากร (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชินีนาถ) โดยโทรศัพท์ทางไกลและลงข่าวพระราชพิธีหมั้น ซึ่งประกอบขึ้นอย่างละเอียด นับว่าชาวต่างประเทศสนใจในข่าว “ทรงหมั้น”    ครั้งนี้เป็นอันมากและน.ส.พ.ไทยทุกฉบับก็พากันเสนอข่าวนี้อย่างครึกโครมเช่นเดียวกัน

สรุปว่าหลังจากทรงประสบโชคร้าย“อุบัติเหตุ” แล้วพระองค์ก็ทรงมีโชคดี คือ “ทรงหมั้น” ซึ่งทั้งสองอย่างนี้นับว่าเป็นข่าวใหญ่ ที่บรรลือไปทั่วโลกในรอบปี ๒๔๙๑ – ๒๔๙๒

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     Share


พระราชประวัติ

<< ทรงประสบอุบัติเหตุพระราชประวัติ >>

Posted on Tue 4 Jul 2006 22:14

 

 
  
 






ดาร๊า ดารา
บ้านตัวอย่าง
ทริปเชียงใหม่
เดินไปหาความเจ็บปวด
หอคำหลวง
ราชพฤกษ์
กลอนดีดี
จะต้องทำยังงัย
กล่องสีน้ำตาล ความทรงจำที่ไม่ลบเลือน
หน้ากาก หน้าฉากในสังคม
ความจริงใจ...หาได้ที่ไหน(บ้าง)
ต้องเลือกระหว่าง
ก้าวที่ผิดพลาด
เจ้าด่างขาว
ยุ่งอีกแล้ว
ความรัก
อยาก...
ทรงพระประชวร
พระราชประวัติ
พระราชประวัติ
ทรงประสบอุบัติเหตุ
พระราชกรณียกิจอดิเรก
พระราชประวัติ...
นาน...
ดอกไม้
ควันหลง สงกราต์
บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด
พร็อพเพอร์ตี้ เพอเฟค
สัมภาษณ์
เซ็ง...
เง้าจิงจิง
เกาะเหลาเหลียง
...จะตีกันตาย...
อย่าโทษระบบ...
ดร็อป...ติดW
อ่าวม่วง
เกาะเต่า
ตื่นสาย
ตรุษจีน



Comments

อ่านแล้วซึ้ง
B l u e p e a c e    
Sun 9 Jul 2006 22:15 [3]

อ่านแล้วรักในหลวงขึ้นอีกมากมาย ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะค่ะ^^
   
Wed 5 Jul 2006 16:10 [2]

ขอบคุณมากที่นำสิ่งดีๆมาให้อ่าน จ๊ะ
   
Wed 5 Jul 2006 15:52 [1]




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn